ปัญหาและแนวทางการแก้ไขปัญหาด้านการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมในการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนระดับประถมศึกษาในประเทศไทย
บทคัดย่อ
ด้วยความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างจีนและไทยที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง ภาษาจีนได้กลายเป็นหนึ่งในรายวิชาภาษาต่างประเทศที่เปิดสอนอย่างแพร่หลายในโรงเรียนระดับประถมศึกษาของประเทศไทย ครูผู้สอนภาษาจีนที่เดินทางมาจากประเทศจีน ทั้งครูที่ได้รับการสนับสนุนและจัดส่งโดยรัฐบาลจีนและอาสาสมัครการศึกษาภาษาจีนนานาชาติ ถือเป็นกำลังสำคัญส่วนหนึ่งของบุคลากรผู้สอนภาษาจีนในโรงเรียนประถมศึกษาของไทย บทความนี้ใช้วิธีการวิจัยเชิงคุณภาพ โดยอาศัยการวิเคราะห์เอกสารและการอธิบายเชิงทฤษฎี เพื่อศึกษาปัญหาและความท้าทายด้านการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมที่ครูสอนภาษาจีนชาวจีนเผชิญในการจัดการเรียนการสอนในชั้นเรียนระดับประถมศึกษาของประเทศไทย
การศึกษานี้อาศัยทฤษฎีมิติทางวัฒนธรรมของฮอฟสเตด (Hofstede’s Cultural Dimensions Theory) งานวิจัยเกี่ยวกับค่านิยมทางวัฒนธรรมไทย และแบบจำลองความสามารถในการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมของไบรัม (Byram’s Intercultural Communicative Competence Model) เป็นกรอบแนวคิดในการวิเคราะห์ โดยสังเคราะห์ปัญหาสำคัญที่มีความเชื่อมโยงกัน 4 ประการ ได้แก่ ประการแรก ความขัดแย้งระหว่างแนวคิดของครูชาวจีนที่ให้ความสำคัญกับอำนาจและบทบาทของครู กับวัฒนธรรมการศึกษาของไทยที่เน้นการเรียนรู้อย่างมีความสุข ประการที่สอง ความแตกต่างด้านแนวคิดการจัดการเรียนการสอนและวิธีการวัดและประเมินผล ประการที่สาม การสอนวัฒนธรรมที่มีลักษณะเป็นการถ่ายทอดทางเดียว โดยยังขาดการบูรณาการให้สอดคล้องกับบริบทวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างเพียงพอ และประการที่สี่ ข้อจำกัดเชิงโครงสร้างที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงหมุนเวียนของครูผู้สอนในอัตราที่สูง รวมถึงการขาดภาษากลางที่ครูและนักเรียนสามารถใช้สื่อสารร่วมกันภายในชั้นเรียน
เพื่อตอบสนองต่อปัญหาดังกล่าว บทความนี้เสนอแนวทางการแก้ไขปัญหาใน 4 ด้าน ได้แก่ การพัฒนาความสามารถในการสื่อสารระหว่างวัฒนธรรมของครูผู้สอน การปรับรูปแบบการบริหารจัดการชั้นเรียนให้สอดคล้องกับบริบททางวัฒนธรรมและการศึกษาของไทย การส่งเสริมให้การจัดการเรียนการสอนด้านวัฒนธรรมเปลี่ยนจากการถ่ายทอดความรู้ทางเดียวไปสู่การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการสนทนาระหว่างวัฒนธรรมแบบสองทาง ตลอดจนการเสริมสร้างการสนับสนุนเชิงสถาบันจากโรงเรียนและหน่วยงานทางการศึกษาที่เกี่ยวข้อง
การศึกษานี้มุ่งหวังที่จะเป็นแนวทางในการแก้ไขปัญหาการปรับตัวระหว่างวัฒนธรรมในการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนระดับประถมศึกษาในประเทศไทย และสนับสนุนการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนภาษาจีนให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
คำสำคัญ
การอ้างอิง
Byram, M. (1997). Teaching and assessing intercultural communicative competence. Multilingual Matters.
Hallinger, P., & Kantamara, P. (2000). Educational change in Thailand: Opening a window onto leadership as a cultural process. School Leadership & Management, 20(2), 189–205.
Hallinger, P., & Lee, M. (2011). A decade of education reform in Thailand: Broken promise or impossible dream? Cambridge Journal of Education, 41(2), 139–158.
Hofstede, G., Hofstede, G. J., & Minkov, M. (2010). Cultures and organizations: Software of the mind (3rd ed.). McGraw-Hill.
Komin, S. (1990). Psychology of the Thai people: Values and behavioral patterns. National Institute of Development Administration.
Kramsch, C. (1993). Context and culture in language teaching. Oxford University Press.
Mulder, N. (2000). Inside Thai society: Religion, everyday life, change. Silkworm Books.
Wang, Y. X. (2008). Taiguo zhongxiaoxue huawen jiaoyu de xianzhuang, wenti ji duice [The current situation, problems and countermeasures of Chinese education in Thai primary and secondary schools]. Journal of College of Chinese Language and Culture of Jinan University, (4), 9–16. (In Chinese)
Wu, Y. H., & Yang, J. C. (2008). Taiguo Hanyu kuaisu chuanbo moshi yanjiu [A study of the model of rapid Chinese language dissemination in Thailand]. Chinese Teaching in the World, (4). (In Chinese)